เคยนั่งกุมขมับตอนดูงบประมาณจ้างพนักงานไหมคะ อยากได้ผู้บริหารเก่ง ๆ หรือผู้เชี่ยวชาญระดับเทพมาช่วยกู้วิกฤตบริษัท แต่พอเห็นเงินเดือนที่ต้องจ่ายระดับแสนหรือหลักล้านต่อเดือน บวกกับสวัสดิการสารพัด ก็แทบจะพับโปรเจกต์เก็บเข้าลิ้นชักทันที
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดแค่กับคุณคนเดียวค่ะ แต่มันคือ Pain Point ขององค์กรทั่วโลกในยุคที่เศรษฐกิจผันผวนและคาดเดาไม่ได้ การจ้างพนักงานประจำ หรือ Full-time อาจจะไม่ใช่คำตอบที่คุ้มค่าที่สุดอีกต่อไป

Fractional Talent คืออะไรกันแน่
ก่อนจะไปถึงเหตุผล เรามาทำความเข้าใจคำนี้กันก่อนค่ะ หลายคนอาจจะสับสนว่า Fractional Talent เหมือนกับ Freelance หรือเปล่า คำตอบคือคล้ายแต่ไม่เหมือนซะทีเดียวค่ะ
Freelance มักจะรับงานเป็นชิ้น ๆ เน้นลงมือทำตามคำสั่ง จบงานก็แยกย้าย แต่ Fractional Talent คือการที่เราจ้าง “มันสมอง” หรือผู้เชี่ยวชาญระดับสูง เช่น CFO CMO หรือ CTO มาทำงานให้เราแบบ “เศษส่วนของเวลา”
เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนเราอยากขับรถสปอร์ตไปออกงานสำคัญ ถ้าซื้อรถมาจอดทิ้งไว้ที่บ้านก็เปลืองเงินเปล่า ๆ สู้เราเช่ามาขับเฉพาะวันที่ต้องใช้จริง ๆ ดีกว่า ได้สมรรถนะระดับโลกในราคาที่จับต้องได้ นี่แหละค่ะคอนเซปต์ของ Fractional
ต้นทุนที่ลดลงแต่ได้ผลลัพธ์เท่าเดิมหรือดีกว่า
เหตุผลข้อแรกที่ทำให้หลายองค์กรหันมาซบไหล่ Fractional Talent คือเรื่องของตัวเลขในบัญชีค่ะ
การจ้างผู้บริหาร Full-time หนึ่งคน ไม่ได้มีแค่เงินเดือน แต่ยังมีโบนัส ประกันสังคม ประกันสุขภาพ ภาษี และสวัสดิการอื่น ๆ ที่เป็น Fixed Cost ผูกพันระยะยาว
แต่การจ้าง Fractional Talent ช่วยให้เราตัดค่าใช้จ่ายแฝงพวกนี้ออกไปได้เกือบหมด จ่ายเท่าที่ใช้งานจริง อาจจะจ้างมาแค่สัปดาห์ละ 10 ชั่วโมงเพื่อวางกลยุทธ์และคุมทีม โดยที่เรายังได้ประสบการณ์ระดับ 20 ปีของเขามาใช้ขับเคลื่อนองค์กร ประหยัดงบไปได้มหาศาลเพื่อเอาไปลงทุนส่วนอื่น
ความยืดหยุ่นคือหัวใจของความอยู่รอด
โลกธุรกิจตอนนี้หมุนเร็วยิ่งกว่าพายุ ทักษะที่จำเป็นวันนี้ พรุ่งนี้อาจจะล้าสมัยไปแล้ว
การจ้างพนักงานประจำมีความเสี่ยงตรงที่ ถ้าวันหนึ่งทิศทางบริษัทเปลี่ยน พนักงานคนนั้นอาจจะไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป การจะเลิกจ้างก็เป็นเรื่องใหญ่และกระทบจิตใจคนในองค์กร
ในขณะที่ Fractional Talent ถูกออกแบบมาเพื่อความยืดหยุ่นค่ะ เราอาจจะจ้างผู้เชี่ยวชาญด้าน AI มาวางระบบแค่ 6 เดือน พอระบบเข้าที่ก็จบสัญญา แล้วเปลี่ยนไปจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการขยายตลาดต่างประเทศแทน ทำให้องค์กรปรับตัวได้ไว ล้มแล้วลุกเร็ว ไม่ต้องแบกภาระคนที่ไม่ตรงกับงาน
ได้มุมมองใหม่ที่คนในมองไม่เห็น
เคยได้ยินคำว่า เส้นผมบังภูเขา ไหมคะ บางครั้งทีมงานที่อยู่ด้วยกันมานาน อาจจะมองปัญหาเดิม ๆ ด้วยแว่นตาอันเดิม จนคิดทางแก้ไม่ออก แต่การดึงคนนอกที่มีประสบการณ์จากหลายอุตสาหกรรมเข้ามา เขาจะนำ Fresh Eye หรือมุมมองใหม่ ๆ เข้ามาด้วย
Fractional Talent ส่วนใหญ่ทำงานให้กับหลายบริษัทพร้อมกัน ทำให้เขเห็น Best Practice จากที่อื่น เห็นตลาดในภาพกว้างกว่า ซึ่งสิ่งนี้แหละค่ะคือมูลค่าที่ประเมินไม่ได้ และมักจะเป็นกุญแจสำคัญที่ปลดล็อกปัญหาเรื้อรังขององค์กรได้ในเวลาสั้น ๆ

ข้อควรระวังก่อนกระโดดเข้าวงการนี้
ฟังดูดีไปหมดใช่ไหมคะ แต่เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ และมีสิ่งที่ผู้บริหารต้องระวัง
ความผูกพันกับองค์กรอาจไม่เท่าคนใน
ต้องยอมรับว่า Fractional Talent ไม่ได้เลือดสีเดียวกับบริษัทเรา 100% เขาคือมืออาชีพที่มาทำภารกิจให้สำเร็จแล้วก็ไป ดังนั้นเรื่องวัฒนธรรมองค์กร หรือความทุ่มเททางใจอาจจะไม่เท่ากับลูกหม้อที่อยู่กันมาเป็นสิบปี
การสื่อสารต้องชัดเจนและแม่นยำ
เนื่องจากเขาไม่ได้นั่งอยู่ที่ออฟฟิศตลอดเวลา การสื่อสารจึงเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ต้องมีการกำหนดเป้าหมาย KPI และขอบเขตงานที่ชัดเจนมาก ๆ ไม่อย่างนั้นอาจจะกลายเป็นการเสียเงินจ้างคนเก่งมานั่งว่างงานเพราะรอคำสั่งจากเรา
Fractional Talent ไม่ได้มาเพื่อแทนที่พนักงานประจำทั้งหมด แต่มาเพื่อ “อุดช่องว่าง” ในจุดที่ต้องการความเชี่ยวชาญสูงแต่เรายังไม่พร้อมจ้างเต็มเวลา
โมเดลองค์กรยุคใหม่จะเป็นแบบ Hybrid คือมีทีมงาน Full-time ที่เป็นกระดูกสันหลังคอยรันงานประจำวัน และมีกองทัพ Fractional Talent เป็นเหมือนหน่วยรบพิเศษที่เข้ามาเสริมทัพในเรื่องเฉพาะทาง
ถ้าวันนี้คุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่กำลังอยากจะโตแบบก้าวกระโดด ลองเปิดใจมองหา Fractional Talent ดูสักคนสิคะ ไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทำให้บริษัทคุณวิ่งแซงคู่แข่งได้ โดยไม่ต้องเจ็บตัวกับค่าใช้จ่ายก้อนโตค่ะ

