หลายคนกลัวการปฏิเสธลูกค้าครับ โดยเฉพาะธุรกิจเล็ก กลัวรายได้หาย กลัวเสียโอกาส เลยรับหมดทุกเคส แต่ยิ่งรับหมด ธุรกิจยิ่งช้า เพราะพลังและเวลาถูกกินไปกับงานที่ไม่คุ้ม งานที่แก้ไม่จบ และลูกค้าที่ไม่เห็นคุณค่า สุดท้ายทีมล้า คุณภาพตก รีวิวเสีย แล้วต้องเสียเวลาแก้ภาพลักษณ์อีก ธุรกิจที่โตเร็วจริง ๆ มักโตจากการ “เลือก” ไม่ใช่โตจากการ “รับทุกอย่าง” ครับ
ลูกค้าบางประเภทเป็นหลุมดำของเวลา ทำให้คุณไม่มีแรงไปหาโอกาสที่ดีกว่า
ลูกค้าที่ไม่ใช่ไม่ได้แย่ครับ แค่ไม่เหมาะกับรูปแบบของคุณ เช่น ต่อราคาแรงทุกขั้น ชอบให้เพิ่มงานเรื่อย ๆ ไม่อ่านขอบเขตงาน ตอบช้าแต่เร่งงาน หรือคาดหวังเกินงบ ลูกค้ากลุ่มนี้ทำให้คุณใช้เวลาคุยเยอะ งานบาน แก้ซ้ำ และกำไรบาง พอคุณถูกดูดเวลาจากเคสพวกนี้ คุณจะไม่มีแรงพัฒนาแพ็กเกจ ไม่มีแรงทำการตลาดคุณภาพ และไม่มีแรงดูแลลูกค้าที่ดีจริง ๆ ธุรกิจเลยโตช้าโดยไม่รู้ตัวครับ
การปฏิเสธทำให้ข้อเสนอคมขึ้น และคนที่ใช่จะเข้ามาเองมากขึ้น
พอคุณกล้าบอกว่า “เราเหมาะกับใคร/ไม่เหมาะกับใคร” ข้อเสนอจะคมทันทีครับ และมันจะทำหน้าที่คัดกรองโดยอัตโนมัติ คนที่ไม่ใช่จะไม่ทัก หรือทักมาแล้วเข้าใจเงื่อนไข ส่วนคนที่ใช่จะรู้สึกว่าแบรนด์นี้มีมาตรฐาน มีจุดยืน และน่าไว้ใจ ยิ่งคุณสื่อสารชัด คนที่ใช่จะเข้ามาเพิ่มขึ้น และการปิดการขายจะง่ายขึ้น เพราะเขาไม่ต้องเดา และไม่ต้องต่อรองหนักครับ
ปฏิเสธเพื่อรักษาคุณภาพ ทำให้รีวิวดีและการบอกต่อโตเร็วกว่า
ธุรกิจโตเร็วไม่ได้โตจากยอดครั้งเดียวครับ โตจากชื่อเสียงและความสม่ำเสมอ ลูกค้าที่ไม่ใช่มักทำให้คุณภาพหลุดเพราะงานบานและความเครียด พอคุณคัดลูกค้า คุณจะส่งมอบได้ดีขึ้น งานจบไวขึ้น ลูกค้าพอใจมากขึ้น รีวิวดีขึ้น และการบอกต่อจะมาเอง นี่คือการโตแบบยั่งยืนที่เร็วกว่าในระยะยาว เพราะคุณไม่ต้องไล่หาลูกค้าใหม่หนัก ๆ ตลอดครับ
การปฏิเสธลูกค้าบางประเภททำให้ธุรกิจโตเร็วขึ้น เพราะมันคืนเวลา คืนพลัง และคืนโฟกัสให้คุณครับ คุณจะไม่ถูกดูดไปกับงานที่ไม่คุ้ม ข้อเสนอจะคมขึ้น คนที่ใช่จะเข้ามามากขึ้น และคุณภาพจะนิ่งจนรีวิวกับการบอกต่อโตเอง สุดท้ายธุรกิจที่โตเร็วจริงไม่ได้รับทุกอย่าง แต่เลือกให้ถูกว่า “อะไรควรรับ” และ “อะไรควรปฏิเสธ” เพื่อให้กำไรและความน่าเชื่อถือโตไปพร้อมกันครับ

